หน้าเว็บ

ข้อบังคับ “สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ”International of Journalists and Media Networks Association


                   

                                    ข้อบังคับ

         สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ

International of Journalists and Media NetworksAssociation

                                 IJMA  ASSOC.

                       (ฉบับแก้ไขระเบียบข้อบังคับทั้งฉบับ อนุมัติ 28-8-2568)

 ข้อ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ
 ชื่อย่อภาษไทย: สคส.เรียกเป็นภาษาอังกฤษ: International of Journalists and Media Networks   Association 
ชื่อย่อภาษาอังกฤษ: IJMA
           
ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคมเป็นลักษณะวงกลม มีชื่อสมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ ชื่อไทยและอังกฤษ อยู่ในวงกลมสีน้ำเงิน และมีชื่อย่อภาษาอังกฤษ “IJMA”

ความหมายโลโก้สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ ดังนี้

           - ลูกโลก สีขาว ความหมายคือ: ความเจริญก้าวไกลไปทั่วโลกและความสงบสุขของนานาชาติ
           - กล้องสีแดง ความหมายคือ: ความเป็นสื่อมวลชนในสายเลือด
           - นกพิราบ สีขาว ความหมายคือ: สันติภาพทั่วโลก
           - ประเทศไทย สีเหลือง ความหมายคือ: สถานที่ตั้งสมาคมและความเจริญรุ่งเรือง
           - ลูกศร สีขาว ความหมายคือ: ก้าวมุ่งไปข้างหน้า

รูปเครื่องหมายสมาคม


 
ข้อ 3  สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ 18  ซอย ร่มเกล้า 17/1 ถนนร่มเกล้า 
   แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง  กรุงเทพมหานคร 10520


ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ

        1. ส่งเสริมสนับสนุนและชี้แนะในรูปแบบการอบรมเพื่อให้เกิดความร่วมมือ แลกเปลี่ยนที่เป็น
ประโยชน์ต่อการประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน ด้านวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงสำนักข่าวต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอข้อมูลข่าวสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ

        2. เป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือกับรัฐบาล หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆใน
การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการหรือข่าวสารส่งเสริมด้านการศึกษา การค้า อุตสาหกรรม การเงิน หรือธุรกิจอื่นใดอันก่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ

      3. ส่งเสริมความสามัคคีในมวลสมาชิกของสมาคม ตลอดจนการสงเคราะห์ช่วยเหลือกันเองในระหว่างสมาชิก

     4. เป็นผู้ประสานกรณีที่สมาชิก ประชาชน ร้องขอให้สมาคมช่วยเหลือ ประสาน ประนีประนอม กรณี
ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานองค์กรภาครัฐและเอกชน

    5. ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาวิจัยและการเผยแพร่ทางวิชาการ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและประชาชนทั่วไป

    6. สมาคมไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด


            หมวดที่ 2

            สมาชิก



ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท คือ

     5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน นักวิชาการสื่อสารมวลชน สื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ คอลัมนิสต์ ผู้สื่อข่าว นักจัดรายการวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ รวมถึงสำนักข่าวต่าง ๆ และ ผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเสนอข้อมูลข่าวสาร และสารประโยชน์ต่อสาธารณะผ่านสื่อต่าง ๆ ทนายความด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ตลอดจนนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจ ด้านสื่อสารมวลชน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

    5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ช่วยเหลือสังคมประชาชนที่คณะกรรมการบริหารของสมาคมมีมติเห็นชอบเชิญเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคม และสำหรับองค์กรสื่อที่ไม่สามารถเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งได้วัตถุประสงค์ขององค์กรชัดเจนในการดำเนินงานด้านสื่อมวลชนสามารถสมัครสมาชิกวิสามัญได้

    5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคมซึ่งคณะกรรมการลงมติ
ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

 ข้อ 6    สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

             6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

             6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

             6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

             6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุกยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

 ข้อ 7   ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

7.1 สมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกแรกเข้า 200 บาท


7.2 สมาชิกวิสามัญไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกแรกเข้า

           7.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

 ข้อ 8  การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

          การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน และให้เลขาธิการติดประกาศ รายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ  ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้นเมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขาธิการการนำไปสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใดให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ 9  การพิจารณาอนุมัติ 

      ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงิน ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนดก็ให้ถือว่าการสมัครนั้นเป็นอันยกเลิก

 ข้อ 10 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

   10.1 ตาย

   10.2 ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณา

อนุมัติและสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

   10.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก

   10.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม               

 ข้อ 11  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

               11.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

               11.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

               11.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

               11.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

     

    11.5   สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง 

               11.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

               11.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิกจำนวนไม่

       น้อยกว่า 100 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

              11.8 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

              11.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

              11.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม

              11.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

              11.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย


หมวดที่ 3

การดำเนินกิจการสังคม

 

ข้อ 12  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย 10 คน อย่างมาก ไม่เกิน  15 คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมและให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งต่างๆของสมาคมตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้

     12.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม 
         12.2 อุปนายก   ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน 
        12.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการประชุมต่างๆของสมาคม
     12.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
      12.5 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
         12.6 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
          12.7 กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่การมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลางคณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นเลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคม และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม
  
ข้อ 13   การดำรงตำแหน่งคณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี และเมื่อคณะกรรมการ
อยู่ในตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะ
กรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับการจดทะเบียนจากทาง
ราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการ
ชุดใหม่เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับการจดทะเบียนจากทาง
ราชการ



ข้อ 14  ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมกาแต่งตั้งสมาชิก

สามัญใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทรกอยู่ในตำแหน่งได้

เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 15   กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ

            15.1 ตาย

            15.2 ลาออก

            15.3 ขาดจากสมาชิกภาพ

            15.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้พ้นจากตำแหน่ง

 

ข้อ 16  รรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะ
กรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ 17 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

          17.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัด
กับข้อบังคับฉบับนี้
         17.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
         17.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ
จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง  
         17.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
         17.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
         17.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่
ข้อบังคับได้กำหนดไว้
        17.7 มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม   
        17.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด 
 หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นซึ่งการนี้จะต้องจัดให้
มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับตั่งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

        17.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรม

ต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

       17.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ 

       17.11 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

 

ข้อ 18 คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยกำหนด 6 เดือน ต่อ 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อ
ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

 

ข้อ 19   การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือ
คะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

 

ข้อ 20 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคม ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถ

ปฏิบัติตามหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุม ในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำ

หน้าที่เป็นประธาน ในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

 ข้อ 21  การประชุมใหญ่ของสมาคม 2 ชนิด คือ

            21.1 การประชุมใหญ่สามัญ

            21.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 22  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ1ครั้งภายในเดือนเมษายนของทุกๆ  ปี

 
ข้อ 23  การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้นหรือเกิดขึ้น
ด้วย การเข้าร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อย
กว่า 100 คน ทำหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 24  การแจ้งกำหนดนัดประชุมให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่เป็นลายลักษณ์อักษร
โดยระบบวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจนโดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันและ
ประกาศแจ้งกำหนดนัดวันประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดวัน
ประชุมใหญ่

 ข้อ 25  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

            25.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

            25.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

            25.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ

            25.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

            25.5 เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

 ข้อ 26  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งโดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรกสำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ให้ถือว่าการประชุมเป็นการยกเลิก


ข้อ 27  การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้าง
มากป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 28 ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการ ที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

                                                                 หมวดที่ 5

การเงินและทรัพย์สิน

 

ข้อ 29  ทรัพย์สินของสมาคมได้มาจาก

            29.1 ค่าบำรุงสมาชิก

            29.2 ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาคของบุคคล นิติบุคคล อันมีวัตถุประสงค์

 

ข้อ 30  ให้นายกสมาคมและเหรัญญิก เป็นผู้รับผิดชอบการเงิน และทรัพย์สินของสมาคม การลงนามในตั๋ว

เงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก

หรือเลขาธิการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

 

ข้อ 3เงินของสมาคมต้องนำฝากธนาคารที่เชื่อถือได้



ข้อ 32ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
ถ้ามีความจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านั้นแต่ไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ให้ขออนุมัติจากที่ประชุม
คณะกรรมการบริหารสมาคม

ข้อ 33  เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือ
จ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนร่วม
กับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทนพร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ3ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ 3ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสาร ที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้ และคณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่ 6

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

 

ข้อ 36  ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุม

ใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุม

ใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าร่วม

ประชุมทั้งหมด

 

ข้อ 37  การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของ
กฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญ
ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 3 เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่ หลังจากที่ได้
ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร

 

หมวดที่ 7

บทเบ็ดเตล็ด

 

ข้อ 39 การตีความข้อบังคับของสมาคม หากเป็นที่สงสัยให้ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากของที่ประชุม

ชี้ขาด

 

ข้อ 40 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาใช้บังคับ ในเมื่อข้อบังคับของสมาคมมิได้กำหนดไว้และหากมีข้อบังคับใดขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ให้ถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ 41 สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใดนอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง

หมวดที่ 8

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ 42  ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นสมาคม
จากทางราชการจากทางราชการ

 

ข้อ 43  เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นสมาคมจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มก่อตั้งสมาคม

และคณะกรรมการของสมาคมเป็นสมาชิกสามัญ

 

 

 

                                                              (ลงชื่อ) จัดทำข้อบังคับ 

                                                                       (นายโรจนศักดิ แสงธศิริวิไล)