ข้อบังคับ
สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ
International of Journalists and Media NetworksAssociation
IJMA ASSOC.
(ฉบับแก้ไขระเบียบข้อบังคับทั้งฉบับ อนุมัติ 28-8-2568)
ข้อ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ
ชื่อย่อภาษไทย: สคส.เรียกเป็นภาษาอังกฤษ: International of Journalists and Media Networks Association
ความหมายโลโก้สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ
ดังนี้
- กล้องสีแดง ความหมายคือ: ความเป็นสื่อมวลชนในสายเลือด
- นกพิราบ สีขาว ความหมายคือ: สันติภาพทั่วโลก
- ประเทศไทย สีเหลือง ความหมายคือ: สถานที่ตั้งสมาคมและความเจริญรุ่งเรือง
- ลูกศร สีขาว ความหมายคือ: ก้าวมุ่งไปข้างหน้า
รูปเครื่องหมายสมาคม
ข้อ 3 สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ 18 ซอย ร่มเกล้า 17/1 ถนนร่มเกล้า
ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
1. ส่งเสริมสนับสนุนและชี้แนะในรูปแบบการอบรมเพื่อให้เกิดความร่วมมือ แลกเปลี่ยนที่เป็น
ประโยชน์ต่อการประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน ด้านวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงสำนักข่าวต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอข้อมูลข่าวสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2. เป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือกับรัฐบาล หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆใน
การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการหรือข่าวสารส่งเสริมด้านการศึกษา การค้า อุตสาหกรรม การเงิน หรือธุรกิจอื่นใดอันก่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ
3. ส่งเสริมความสามัคคีในมวลสมาชิกของสมาคม ตลอดจนการสงเคราะห์ช่วยเหลือกันเองในระหว่างสมาชิก
4. เป็นผู้ประสานกรณีที่สมาชิก ประชาชน ร้องขอให้สมาคมช่วยเหลือ ประสาน ประนีประนอม กรณี
ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานองค์กรภาครัฐและเอกชน
5. ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาวิจัยและการเผยแพร่ทางวิชาการ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและประชาชนทั่วไป
6. สมาคมไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด
หมวดที่ 2
สมาชิก
ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท คือ
5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน นักวิชาการสื่อสารมวลชน สื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ คอลัมนิสต์ ผู้สื่อข่าว นักจัดรายการวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ รวมถึงสำนักข่าวต่าง ๆ และ ผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเสนอข้อมูลข่าวสาร และสารประโยชน์ต่อสาธารณะผ่านสื่อต่าง ๆ ทนายความด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ตลอดจนนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจ ด้านสื่อสารมวลชน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ช่วยเหลือสังคมประชาชนที่คณะกรรมการบริหารของสมาคมมีมติเห็นชอบเชิญเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคม และสำหรับองค์กรสื่อที่ไม่สามารถเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งได้วัตถุประสงค์ขององค์กรชัดเจนในการดำเนินงานด้านสื่อมวลชนสามารถสมัครสมาชิกวิสามัญได้
5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคมซึ่งคณะกรรมการลงมติ
ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
ข้อ 6 สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุกยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
ข้อ 7 ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
7.1 สมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกแรกเข้า
200 บาท
7.2 สมาชิกวิสามัญไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกแรกเข้า
7.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน
และค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ข้อ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน และให้เลขาธิการติดประกาศ รายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้นเมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขาธิการการนำไปสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใดให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ 9 การพิจารณาอนุมัติ
ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงิน ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนดก็ให้ถือว่าการสมัครนั้นเป็นอันยกเลิก
ข้อ 10 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
10.1 ตาย
10.2 ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณา
อนุมัติและสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
10.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก
10.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
ข้อ 11 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
11.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
11.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
11.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
11.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
11.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
11.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิกจำนวนไม่
น้อยกว่า 100 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
11.8 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ
และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
11.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
11.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง
ๆ ของสมาคม
11.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
11.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
หมวดที่
3
การดำเนินกิจการสังคม
ข้อ 12 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย 10 คน อย่างมาก ไม่เกิน 15 คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมและให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งต่างๆของสมาคมตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
12.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
ข้อ 14 ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมกาแต่งตั้งสมาชิก
สามัญใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทรกอยู่ในตำแหน่งได้
เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
ข้อ 15 กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
15.1 ตาย
15.2 ลาออก
15.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
15.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้พ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 17 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
17.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรม
ต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
17.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
17.11 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ 20 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคม ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถ
ปฏิบัติตามหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุม ในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำ
หน้าที่เป็นประธาน ในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่
ข้อ 21 การประชุมใหญ่ของสมาคม 2 ชนิด คือ
21.1 การประชุมใหญ่สามัญ
21.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 22 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ1ครั้งภายในเดือนเมษายนของทุกๆ ปี
ข้อ 25 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
25.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
25.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย
และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
25.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
25.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
25.5 เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี
ข้อ 26 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งโดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรกสำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ให้ถือว่าการประชุมเป็นการยกเลิก
หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ 29
ทรัพย์สินของสมาคมได้มาจาก
29.1 ค่าบำรุงสมาชิก
29.2 ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาคของบุคคล
นิติบุคคล อันมีวัตถุประสงค์
ข้อ 30 ให้นายกสมาคมและเหรัญญิก เป็นผู้รับผิดชอบการเงิน และทรัพย์สินของสมาคม การลงนามในตั๋ว
เงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก
หรือเลขาธิการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ 31 เงินของสมาคมต้องนำฝากธนาคารที่เชื่อถือได้
ข้อ
33 เหรัญญิก
จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือ
จ่ายเงินทุกครั้ง
จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม
หรือผู้ทำการแทนร่วม
กับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทนพร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง
ข้อ34 ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 35 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสาร ที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้ และคณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อ 36 ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุม
ใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุม
ใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าร่วม
ประชุมทั้งหมด
หมวดที่ 7
บทเบ็ดเตล็ด
ข้อ 39 การตีความข้อบังคับของสมาคม หากเป็นที่สงสัยให้ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากของที่ประชุม
ชี้ขาด
ข้อ 40 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาใช้บังคับ ในเมื่อข้อบังคับของสมาคมมิได้กำหนดไว้และหากมีข้อบังคับใดขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ให้ถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 41 สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใดนอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง
หมวดที่ 8
บทเฉพาะกาล
ข้อ 43 เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นสมาคมจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มก่อตั้งสมาคม
และคณะกรรมการของสมาคมเป็นสมาชิกสามัญ
(นายโรจนศักดิ แสงธศิริวิไล)


















