ทรัพย์สินของรัฐไม่ควรถูกจดจำเพียงวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ควรถูกติดตามต่อไปว่า วันนี้ยังถูกใช้จริงหรือไม่ ยังคุ้มค่าหรือไม่ และยังสร้างประโยชน์ให้ประชาชนอยู่หรือไม่นี่คือหัวใจของ การติดตามการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินรัฐ โดยทั่วไป องค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลกตรวจสอบพัสดุ ครุภัณฑ์ และงานก่อสร้างของรัฐบนฐานของ Compliance Audit กล่าวคือ ตรวจสอบว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องหรือไม่ สัญญาเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่ และงานก่อสร้างส่งมอบครบถ้วนหรือไม่ ขณะเดียวกัน การตรวจสอบแบบ Performance Audit จะมองต่อไปอีกขั้นหนึ่ง คือ ทรัพย์สินนั้นเกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และถูกใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะทรัพย์สินของรัฐมี “ชีวิตหลังการลงทุน” อาคาร ท่าเรือ ศูนย์บริการ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้จริง ตอบโจทย์ประชาชนจริง และไม่กลายเป็นภาระระยะยาวของรัฐ ในทางสากล องค์กรตรวจเงินแผ่นดินมักพบประเด็นที่เรียกว่า Under-utilised Assets หรือทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ต่ำกว่าศักยภาพ คำนี้ไม่ได้หมายความเพียงว่า อาคารว่าง หรือสถานที่ไม่มีคนใช้ แต่หมายถึงช่องว่างระหว่าง “วัตถุประสงค์ที่รัฐลงทุนไว้” กับ “ประโยชน์จริงที่ประชาชนได้รับ”
🇸🇬 สิงคโปร์: เมื่อตรวจพบทรัพย์สินใช้ไม่เต็มศักยภาพ
แล้วส่งต่อเข้าสู่ระบบความรับผิดชอบ กรณีของสิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก Auditor-General’s Office หรือ AGO Singapore เคยรายงานในปี 2013/14 ว่า พบสัญญาณของการใช้ที่ดิน อาคาร
และสิ่งอำนวยความสะดวกบางแห่งต่ำกว่าศักยภาพ
โดยมีอาคารบางส่วนว่างหรือใช้เพียงบางส่วนเป็นเวลานาน
สิ่งอำนวยความสะดวกบางรายการถูกใช้ไม่บ่อย และเครื่องมือบางส่วนแทบไม่ได้ใช้งานหลายปี
สิ่งที่น่าสนใจคือ
ประเด็นดังกล่าวไม่ได้จบลงที่รายงานของ AGO เท่านั้น ต่อมา Public Accounts
Committee หรือ
PAC ของรัฐสภาสิงคโปร์ได้พิจารณาประเด็นนี้
และแสดงความห่วงใยต่อการใช้ที่ดิน อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่เต็มศักยภาพ
โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทบทวนความต้องการใช้พื้นที่ และประสาน Singapore
Land Authority เพื่อให้ทรัพย์สินที่ใช้ไม่เต็มที่กลับมาเกิดประโยชน์มากขึ้น
บทเรียนจากสิงคโปร์ชัดเจนมากองค์กรตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้เข้าไปบริหารทรัพย์สินแทนหน่วยงาน แต่ทำหน้าที่นำข้อเท็จจริงเข้าสู่ระบบความรับผิดชอบ จากคำถามง่าย ๆ ว่า“ทำไมอาคารนี้จึงใช้ไม่เต็มที่” กลายเป็นคำถามเชิงนโยบายว่า
“รัฐจะบริหารทรัพย์สินของประชาชนให้คุ้มค่ากว่านี้ได้อย่างไร” 🇵🇭
ฟิลิปปินส์:
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานไม่มีผู้ใช้จริง
ฟิลิปปินส์ให้บทเรียนอีกแบบหนึ่ง Commission on Audit หรือ COA Philippines เคยรายงานกรณีท่าเรือหลายแห่งที่มีมูลค่ารวมกว่า
๒๖๐ ล้านเปโซ แต่ยังคงไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ต่ำกว่าศักยภาพ
เพราะไม่สามารถดึงดูดธุรกิจหรือการเดินทางได้ตามที่คาดหวัง กรณีนี้ทำให้เห็นว่า
โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะสร้างขึ้นแล้วท่าเรือจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีเรือมาใช้จริง สถานีขนส่งจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีสินค้า
มีผู้ประกอบการ และมีระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อจริง อาคารบริการประชาชนจะมีความหมายก็ต่อเมื่อประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริงบทเรียนจากฟิลิปปินส์จึงเชื่อมโยงกับคำสำคัญสามคำ
Demand
— มีความต้องการจริงหรือไม่
Feasibility
— รูปแบบการใช้ประโยชน์เป็นไปได้หรือไม่
Post-investment
Management — หลังสร้างเสร็จแล้ว
มีใครดูแลต่อหรือไม่
ถ้าสามเรื่องนี้ไม่ชัด
ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงอาจค่อย ๆ กลายเป็นภาระ มากกว่าจะเป็นประโยชน์
🇲🇾 มาเลเซีย: เมื่อปัญหาทรัพย์สินรัฐเริ่มจาก Governance
มาเลเซียให้บทเรียนในมิติของ
Governance งานศึกษาที่วิเคราะห์ข้อค้นพบจากรายงาน Auditor General’s
Reports ของมาเลเซียเกี่ยวกับการบริหารบ้านพักราชการ
พบว่า ประเด็นด้านการบำรุงรักษา ทะเบียนทรัพย์สิน และระบบติดตามผลเป็นปัญหาสำคัญ
โดยข้อเสนอเชิงนโยบายมุ่งไปที่การจัดทำระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
ทะเบียนทรัพย์สินแบบบูรณาการ และงบประมาณที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์
บทเรียนจากมาเลเซียบอกเราว่า
ปัญหาทรัพย์สินรัฐไม่ได้เริ่มในวันที่อาคารชำรุด แต่อาจเริ่มตั้งแต่วันที่ไม่มีทะเบียนทรัพย์สินที่ชัดเจน ไม่มีเจ้าภาพที่รับผิดชอบต่อเนื่อง ไม่มีแผนบำรุงรักษา ไม่มีข้อมูลงบประมาณตลอดอายุการใช้งาน และไม่มีระบบรายงานว่า
ทรัพย์สินนั้นถูกใช้ประโยชน์จริงเพียงใด เมื่อนำสามกรณีนี้มาวางเทียบกัน
จะเห็นแนวโน้มร่วมขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในอาเซียน สิงคโปร์เน้นการนำข้อเท็จจริงเข้าสู่ระบบความรับผิดชอบ, ฟิลิปปินส์เน้นการตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีผู้ใช้จริง , มาเลเซียเน้นระบบบริหารจัดการทรัพย์สิน
ทั้งทะเบียน การบำรุงรักษา เจ้าภาพ และการติดตามผล ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า
การตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้จบที่ “สร้างแล้วเสร็จ” แต่ต้องถามต่อว่า“ใช้แล้วเกิดประโยชน์หรือไม่” 🇹🇭
จาก
INTOSAI P-12 สู่ Public Asset Brief ปัจจุบัน
หลักคิดของการตรวจเงินแผ่นดินภายใต้ INTOSAI P-12
เชื่อมโยงคุณค่าของงานตรวจสอบกับการสร้างความแตกต่างต่อชีวิตของประชาชน
โดยเฉพาะหลักการเรื่องการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย
การเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่เป็นอิสระและน่าเชื่อถือ
และการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ในภาครัฐ
กล่าวให้ง่ายที่สุด คือ งานตรวจเงินแผ่นดินใกล้ตัวประชาชนมากกว่าที่คิดแนวคิดนี้สามารถนำมาพัฒนาเป็นเครื่องมือสื่อสารเชิงสร้างสรรค์
เช่น Public Asset Brief หรือข้อสรุปการติดตามการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐ
ซึ่งอาจจัดเป็น Non-Audit Product: NAP ประเภทหนึ่ง เอกสารประเภทนี้ไม่ใช่รายงานผลการตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อยุติทางการตรวจสอบ และไม่ใช่เอกสารกล่าวโทษหน่วยงานใดแต่เป็นเอกสารที่ช่วยสรุปให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ทรัพย์สินคืออะไร, ใช้งบประมาณเท่าใด,
สภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร, ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หรือไม่,มีความเสี่ยงหรือช่องว่างใดที่ควรติดตาม, และควรมีทางเลือกเชิงพัฒนาอย่างไร
นอกเหนือจากการตรวจสอบแบบ Performance
Audit ตามปกติ
บทบาทขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในอนาคตต่อการติดตามการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐ
จึงควรทำหน้าที่สะท้อนข้อเท็จจริง ความเสี่ยง ช่องว่าง และทางเลือกเชิงพัฒนาทั้งหมดนี้เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจและเพื่อให้ประชาชนมองเห็นว่า
เงินแผ่นดินควรถูกติดตามจนเกิดประโยชน์จริง
ท้ายที่สุด
การติดตามการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินรัฐไม่ใช่การมองหา “อาคารร้าง” แต่คือการมองหา“คุณค่าที่รัฐควรส่งคืนให้ประชาชน”เพราะเงินแผ่นดินเมื่อกลายเป็นทรัพย์สินแล้ว
ยังไม่สิ้นสุดภารกิจ
จนกว่าทรัพย์สินนั้นจะถูกใช้จริง
คุ้มค่า ปลอดภัย มีผู้รับผิดชอบ และทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า เงินของเขากลับมาเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเขาอีกครั้ง
บทความโดยดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์ 14 พฤษภาคม 2569
🙏🙏ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณสมโภชน์ โตรักษา
และทีมงานคอลัมน์หมายเลข ๗
สำหรับความมุ่งมั่นตั้งใจในการร่วมสร้างสรรค์กลไกการติดตามการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินรัฐในสังคมไทย
📘ผู้สนใจโปรดดู
1.
Auditor-General’s Office Singapore, Report of the Auditor-General for FY
2013/14 — กรณีข้อสังเกตเรื่องการใช้ที่ดิน
อาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์บางส่วนต่ำกว่าศักยภาพ
2.
Parliament of Singapore, Fourth Report of the Public Accounts Committee,
Twelfth Parliament กรณีการพิจารณาประเด็น under-utilisation
ของทรัพย์สินรัฐและการประสาน
Singapore Land Authority
3.
Inquirer.net, P260M sea ports fail to draw business, travel — COA — กรณีท่าเรือในฟิลิปปินส์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ต่ำกว่าศักยภาพ
4.
Planning Malaysia Journal, Governance Issues in the Management of Government
Quarters in Malaysia: Evidence from Auditor General’s Reports — กรณีศึกษาเรื่องการบำรุงรักษา
ทะเบียนทรัพย์สิน และ governance ของบ้านพักราชการในมาเลเซีย
5.
INTOSAI, INTOSAI-P 12: The Value and Benefits of Supreme Audit Institutions –
Making a Difference to the Lives of Citizens — หลักการว่าด้วยคุณค่าและประโยชน์ขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินต่อประชาชน
