ในโลกยุคใหม่
การสร้างความโปร่งใสของภาครัฐไม่ได้เป็นหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบเพียงลำพังอีกต่อไป
แม้องค์กรตรวจเงินแผ่นดิน (SAI) จะมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการใช้ทรัพยากรของรัฐ
แต่การสร้าง “วัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบ” (Culture of Accountability) จำเป็นต้องอาศัยพลังจากหลายภาคส่วนร่วมกัน ...หนึ่งในพลังสำคัญนั้น
คือ สื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อที่ทำหน้าที่มากกว่าการรายงานข่าว แต่ทำหน้าที่ติดตาม
ตรวจสอบ และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่า เงินภาษีของตนถูกนำไปใช้อย่างไรในประเทศไทย
หากกล่าวถึงตัวอย่างสำคัญ หลายคนย่อมนึกถึง “คอลัมน์หมายเลข 7 ต้านทุจริตตามติดกลโกง” และคุณสมโภชน์ โตรักษา
ผู้ขับเคลื่อนรายการมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณสมโภชน์และทีมงาน
คอลัมน์หมายเลข 7 ได้ทำหน้าที่นำประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณ
การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารโครงการภาครัฐ และข้อร้องเรียนจากประชาชน
มาถ่ายทอดในภาษาที่สังคมเข้าใจได้ง่ายขึ้น คุณค่าของงานลักษณะนี้ไม่ได้อยู่เพียงการเปิดเผยข้อมูล
แต่อยู่ที่การทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “เงินแผ่นดินคือเงินของตนเอง” เมื่อประชาชนเริ่มสนใจงบประมาณของรัฐ
การตรวจสอบจากสังคมก็จะค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้นตามไปด้วย
หากมองออกไปในระดับนานาชาติ
เราจะพบตัวอย่างของนักข่าวที่ทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน
ในฟิลิปปินส์ Maria
Ressa และทีมงานของสำนักข่าว Rappler ได้ทำงานด้านวารสารศาสตร์เชิงสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง
(Investigative Journalism) จนได้รับการยอมรับในระดับโลก
และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกและความรับผิดชอบของภาครัฐ สิ่งที่น่าสนใจ
คือ Rappler ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสำนักข่าว
แต่พยายามสร้างพื้นที่สาธารณะสำหรับการตรวจสอบข้อมูล การตรวจสอบนโยบาย
และการสร้างความตระหนักรู้ของประชาชนเกี่ยวกับประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล
ในอีกฟากหนึ่งของโลกที่ประเทศเปรู Gustavo Gorriti ได้สร้างองค์กรสื่อสืบสวนสอบสวนชื่อ
IDL-Reporteros และมีบทบาทสำคัญในการเปิดเผยเครือข่ายคอร์รัปชันขนาดใหญ่ในภูมิภาคละตินอเมริกา
โดยเฉพาะกรณีที่เชื่อมโยงกับคดี Odebrecht ซึ่งส่งผลสะเทือนต่อการเมืองและการบริหารภาครัฐในหลายประเทศ
แม้บริบทของเปรู ฟิลิปปินส์ และไทยจะแตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ"ความเชื่อ"
ที่ว่า ข้อมูลสาธารณะที่ถูกต้องและตรวจสอบได้
คือรากฐานสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคม แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการของ INTOSAI
โดยเฉพาะ INTOSAI-P 12 หรือ “The Value
and Benefits of Supreme Audit Institutions” ซึ่งชี้ให้เห็นว่า SAI
ต้องมีบทบาทในการเสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ
และความน่าเชื่อถือของภาครัฐ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตของประชาชน ภายใต้หลักการดังกล่าว
การตรวจสอบไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงกระบวนการทางเทคนิค แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแห่งความรับผิดชอบ
(Accountability Ecosystem)
ระบบนิเวศนี้ประกอบด้วยหน่วยงานตรวจสอบ รัฐสภา ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม
และสื่อมวลชน ที่ต่างมีบทบาทของตนเองในการดูแลผลประโยชน์สาธารณะ ในหลายประเทศ SAI
และสื่อมวลชนไม่ได้ทำงานแทนกัน แต่ทำงานในบทบาทที่เกื้อหนุนกัน
ความสัมพันธ์เช่นนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบคู่ขัดแย้งแต่เป็นความร่วมมือเชิงสาธารณะเพื่อรักษาทรัพย์สินของรัฐและผลประโยชน์ของประชาชนในอนาคต
เมื่อโลกเผชิญความท้าทายใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Climate Change, ESG, Digital
Government หรือ Artificial Intelligence บทบาทของวารสารศาสตร์เพื่อสาธารณะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
เพราะยิ่งข้อมูลมีความซับซ้อนมากเท่าใด สังคมก็ยิ่งต้องการผู้ที่ช่วยอธิบาย
เชื่อมโยง และตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์มากขึ้นเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว
การพิทักษ์เงินแผ่นดินไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่เป็นภารกิจร่วมกันของทั้งสังคมและในภารกิจดังกล่าว
นักข่าวที่ทำงานด้วยอุดมการณ์ ผู้ตรวจสอบที่ยึดมั่นในวิชาชีพ และประชาชนที่ตื่นรู้
ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกลไกเดียวกัน กลไกที่ช่วยให้ทรัพย์สินของรัฐได้รับการดูแลอย่างโปร่งใส
มีความรับผิดชอบ และสร้างคุณค่าแก่คนรุ่นต่อไป
- INTOSAI-P 12: The Value and
Benefits of Supreme Audit Institutions
- Nobel Prize: Maria Ressa and Press
Freedom
- IDL-Reporteros and Investigative
Journalism in Peru
- IMF: The Role of Supreme Audit
Institutions in Accountability and Anti-Corruption
