หน้าเว็บ

ต้อนรับวันครอบครัว “อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์“ชงเศรษฐกิจสูงวัย( Silver Economy)เป็นวาระแห่งชาติ สร้างตลาดใหม่ในประเทศ 9 แสนล้าน

  


              ประธานสถาบัน FKII ชี้ “วันครอบครัว” คือจุดเปลี่ยน(Turning Point) ถอดบทเรียนนวัตกรรมจากญี่ปุ่น-ยุโรป พลิกวิกฤตสังคมสูงวัยเป็นโอกาสทองทางเศรษฐกิจเสนอรัฐดัน Silver Economy เป็นวาระแห่งชาติ

                นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ(FKII)เขียนบทความเนื่องใน “วันครอบครัว” (14 เมษายน) ลงในเฟสบุ้ควันนี้ว่า ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่และวันครอบครัวประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากการเข้าสู่ “ซูเปอร์สังคมสูงวัย” (Super-Aged Society) โดยปัจจุบันไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 13 ล้านคน หรือ 20% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของทุกครอบครัว

                นายอลงกรณ์เสนอให้รัฐบาลยกระดับ Silver Economy (เศรษฐกิจสูงวัยหรือเศรษฐกิจสีเงิน) ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อเปลี่ยนมุมมองจากการมองผู้สูงอายุเป็นผู้รับสวัสดิการ ให้กลายเป็น “ต้นทุนทางสังคม” และ “กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” เนื่องจากกลุ่ม Silver Spender มีอำนาจการซื้อรวมทั่วโลกสูงถึง 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในไทยมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 9 แสนล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องปีละ 5-10%

ถอดโมเดลโลก: นวัตกรรมและสวัสดิการ

                นายอลงกรณ์ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศเพื่อเป็นแนวทางให้รัฐบาลไทย ดังนี้

                1.ญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการผลักดันอัตราการจ้างงานผู้สูงอายุสูงถึง 25% ผ่านศูนย์ทรัพยากรมนุษย์ Silver และการใช้หุ่นยนต์บริบาล

                2.สิงคโปร์ ทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ สร้างสังคมเชื่อมโยงวัย (Intergenerational Bonding) ให้เด็กและผู้สูงอายุทำกิจกรรมร่วมกัน

            3.ยุโรป (เยอรมนี) ต้นแบบระบบประกันดูแลระยะยาว (Long-Term Care Insurance) ที่ช่วยลดภาระทางการเงินให้ครอบครัวอย่างยั่งยืน

                4.สแกนดิเนเวีย (เดนมาร์ก-นอร์เวย์) เน้นนโยบาย “Aging in Place” สนับสนุนเทคโนโลยี Smart Home ให้ผู้สูงอายุกว่า 90% สามารถอาศัยอยู่ในบ้านเดิมได้อย่างปลอดภัย

ข้อเสนอเชิงนโยบาย: 4 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัย

                อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ได้เสนอแนวทางเชิงรุกต่อภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวไทยและเศรษฐกิจไทย

                1.มาตรการจูงใจภาษี 2 เท่า เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนจ้างงานผู้สูงอายุ และการ Re-skill ทักษะดิจิทัล

                2.ระเบียงเศรษฐกิจ Wellness Hub ปั้นไทยเป็นจุดหมายปลายทางโลก (Blue Zone) เพื่อดึงดูดเม็ดเงินท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกว่า 4-5 แสนล้านบาทต่อปี

                3.นวัตกรรมที่พักอาศัย (Universal Design) สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับปรุงบ้าน ลดอุบัติเหตุและงบประมาณการรักษาพยาบาลของรัฐ

                4.กองทุนบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เร่งพัฒนาระบบการออมภาคบังคับให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม

อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve)

                นายอลงกรณ์ย้ำว่า สถาบัน FKII พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve)ในการเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่ภาคเศรษฐกิจและสังคม ยกตัวอย่างเช่น

                1. อาหารเพื่อสุขภาพ(Functional Food)ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 2 แสนล้านบาท

                2.เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย (AgeTech)

                3.เวชศาสตร์ชะลอวัย (Preventive Medicine)เพื่อลดสัดส่วนผู้ป่วยติดเตียงและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับสมาชิกในครอบครัว

                 “วันครอบครัวปีนี้ นอกจากเป็นวันหยุดวันรวมญาติแล้ว ถึงเวลาที่ใช้โอกาสนี้สร้าง "ความมั่นคง" ให้กับผู้สูงวัย หากรัฐบาลและภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อน Silver Economy อย่างจริงจังจะไม่เพียงแต่ดูแลผู้สูงอายุได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่(New Growth Engine)ที่พาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปพร้อมกับความมั่นคงในครอบครัวและประเทศชาติอย่างยั่งยืน. นายอลงกรณ์ กล่าวในท้ายที่สุด