กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมมือกัน สร้างมิติใหม่ ประกาศส่งเสริมการใช้นวัตกรรมสีเขียวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษฝุ่น PM 2.5จากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ เพื่อคืนลมหายใจสะอาดให้กับคนไทยและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ.
นายเดชอิศม์ ขาวทอง
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการสาธารณสุข
ได้สร้างมิติใหม่ในการแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5ให้กับประเทศ
โดยประกาศสนับสนุนส่งเสริมการใช้นวัตกรรมระบบแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นชีวมวลอัดเม็ดแบบเคลื่อนที่
(Mobile biomass pellet system) ซึ่งเป็นนวัตกรรมสีเขียวที่ถูกคิดค้นวิจัยและพัฒนาภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมมลพิษกับภาคเอกชน
ที่มีขีดความสามารถในการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตอซังฟางข้าว , ต้นเปลือกซังข้าวโพด
และใบอ้อยในพื้นที่การเพาะปลูกทั่วประเทศมาแปรรูปเป็นชีวมวลอัดเม็ดซึ่งเป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้สะอาดที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน(carbon
neutral)เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดและการผลิตของภาคอุตสาหกรรม
ซึ่งจะทำให้ต่อไปเกษตรกรทั่วประเทศไม่ต้องเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
ทำให้สามารถป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษฝุ่น PM 2.5
จากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกได้100%
และเกษตรกรยังจะได้รับรายได้จากค่าเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อีก นอกจากนี้ยังจะมีการส่งเสริม
ให้เกษตรกรนำพื้นที่เพาะปลูกบางส่วนมาเพราะปลูกไผ่เพื่อใช้นวัตกรรมดังกล่าวแปรรูปไผ่เป็นชีวมวลอัดเม็ดเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อนำเงินตราเข้าประเทศเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับประเทศและเพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้จากไผ่มากกว่ารายได้จากการเพาะปลูกพืชผลเดิมรวมถึง
เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าป้องกันอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลาดสูงชันในภาคเหนือ.
โดยรมช.เดชอิศม์
กล่าวว่าจะเสนอให้มีนโยบายและแผนรวมถึงประสานงานกับกองทุนสีเขียวด้านสิ่งแวดล้อมต่างประเทศเพื่อให้มีการใช้นวัตกรรมดังกล่าว
ในการจัดการเศษวัสดุการเกษตรในพื้นที่การเพาะปลูกทั่วประเทศให้เป็นชีวมวลอัดเม็ด
เพื่อสร้าง
พลังงานสะอาดให้กับประเทศไทยเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษฝุ่น
PM 2.5 จากการเผาเศษวัสดุการเกษตรทั่วประเทศภายในปี
2571 รมช.เดชอิศม์ยังกล่าวอีกว่า
การใช้นวัตกรรมสีเขียวเพื่อเป็นวิธีการเชิงการป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษฝุ่น PM
2.5
จากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศภายในปี
2571ดังกล่าว จะทำให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถป้องกันไม่ให้ประชาชนกว่าหลายล้านคนต่อปีต้องเจ็บป่วยและอีกหลายหมื่นคนต่อปีไม่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและทำให้กระทรวงสาธารณสุขไม่ต้องเสียงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยกว่าหลายแสนล้านบาทต่อปีรวมถึงยังสามารถป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจได้กว่าหลายแสนล้านบาทต่อปี
เป็นการคืนลมหายใจสะอาดให้กับประชาชนและพี่น้องทั่วประเทศรวมถึงยังสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกรเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชากรในอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ยัง
สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดจากพลังงานหมุนเวียนชีวมวลอัดเม็ดจากเศษวัสดุการเกษตรดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนรวมถึงยังทำให้ภาคอุตสาหกรรมส่งออกมีเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนป้องกันการถูกกีดกันทางการค้าจากมาตรการกำแพงภาษีการปล่อยก๊าซคาร์บอนข้ามแดน(CBAM)
สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,
สำนักงานส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี

