นายอลงกรณ์
พลบุตร อดีตรัฐมนตรี และ ส.ส.หลายสมัย เขียนข้อความในเฟสบุ้ควันนี้อย่างน่าสนใจมีชื่อเรื่องว่า“มีมารยาทหน่อย
คุณบริงเคน !!!ประเทศไทยไม่ใช่เมืองขึ้นหรือลูกไล่ของอเมริกา!!! ”กรณีนายแอนโทนี
เจ.บลิงเคน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐสอบถามการสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์ของไทยระหว่างการหารือทวิภาคีกับน.ส.แพทองธาร
ชินวัตร นายกรัฐมนตรีโดยมีข้อความดังนี้
(เฟสบุ๊ค“อลงกรณ์
พลบุตร”)
“มีมารยาทหน่อย คุณบริงเคน
!!!ประเทศไทยไม่ใช่เมืองขึ้นหรือลูกไล่ของอเมริกา!!!
ติดตามข่าวที่นายมาริษ
เสงี่ยมพงษ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรี
ไปประชุมผู้นำกลุ่มบริกส์กับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (BRICS
Plus Summit) ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “BRICS and the Global
South: Building a Better World Together” ณ
เมืองคาซานของรัสเซียที่เป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 24 ต.ค.2567 ในเนื้อข่าวการประชุมบริกส์
(BRICS)ที่“นสพ.กรุงเทพธุรกิจ” นำเสนอยังมีข่าวการให้สัมภาษณ์นายพิชัย
นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เปิดเผยว่า
“ระหว่างการประชุมผู้นำอาเซียน ระหว่างวันที่ 9-11 ต.ค.2567 ที่ประเทศลาว
ได้มีการหารือทวิภาคีระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับนายแอนโทนี
เจ.บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ
โดยสหรัฐได้สอบถามการสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์ของไทย“ สะดุดใจขัดใจตรงข่าวนายบริงเคน!!!ในฐานะที่ผมเคยเป็นรัฐมนตรีที่กำกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเคยร่วมประชุมพหุภาคีในเวทีเอเปค
(APEC) และอาเซียน(ASEAN) และการเจรจาทวิภาคีกับหลายประเทศหลายครั้งรวมทั้งการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐ(USTR)ที่กรุงวอชิงตันดีซี
พอเข้าใจมารยาททางการฑูตและธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างประเทศจึงรู้สึกขัดใจต่อท่าทีนายแอนโทนี
เจ.บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ตั้งคำถามกับนายกรัฐมนตรีของไทยเกี่ยวกับการสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์ของไทย
ผมคิดว่าเป็นคำถามที่ไม่ควรถามถือเป็นการผิดมารยาทไม่ให้เกียรติประเทศไทย
นายบริงเคนรู้อยู่แล้วถึงเหตุผลที่ประเทศไทยสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์เพราะกระทรวงการต่างประเทศของไทยเคยออกข่าวชี้แจงมาแล้วหลายครั้งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาแต่ทำไมยังมาตั้งคำถามในระหว่างการหารือทวิภาคีอีกและเป็นคำถามแบบมีนัยยะที่ไม่สมควร
(หากผมเป็นคู่เจรจาคงได้สวนกลับทันทีแบบผู้ดีให้จำไปจนวันตาย
ผู้แทนอียูเคยเจอมาแล้ว)
การตัดสินใจของประเทศไทยเรื่องบริกส์เป็นเอกสิทธิ์ของเรา
ประเทศใดจะพอใจหรือไม่พอใจก็สุดแล้วแต่
แต่จะมาแสดงออกถึงความไม่พอใจด้วยการตั้งคำถามแฝงความกดดันแบบนี้ถือว่าผิดธรรมเนียมปฏิบัติทางการฑูต
ไม่ให้เกียรติกันประเทศไทยกับสหรัฐเป็นมิตรกันมากว่า100ปีต้องเคารพและให้เกียรติกันและกันอย่างเสมอภาคเท่าเทียม
เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเอกราชและเกียรติภูมิ
ไม่ใช่เมืองขึ้นหรือลูกไล่ของอเมริกาหวังว่านายบริงเคนหรือรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐคนต่อไปอย่าผิดมารยาทแบบนี้กับประเทศไทยอีกโดยเด็ดขาด.
อลงกรณ์ พลบุตร 25 ตุลาคม 2567


