คณะรัฐมนตรีของอิสราเอลมีมติอนุมัติข้อตกลงกับกลุ่มฮามาส
โดยฮามาสจะปล่อยตัวประกันที่อยู่ในการควบคุม 50 คน
แลกกับการพักการต่อสู้ชั่วคราวเป็นเวลา 4 วัน
และอิสราเอลต้องปล่อยผู้หญิงและเด็กชาวปาเลสไตน์ที่ถูกขังอยู่ในคุกอิสราเอลจำนวน 150 คน เป็นการแลกเปลี่ยนด้วย ถ้อยแถลงดังกล่าวระบุว่า
รัฐบาลอิสราเอลมีหน้าที่พาผู้ที่ถูกลักพาตัวจากกลุ่มฮามาสทั้งหมดกลับบ้าน
โดยในคืนที่ผ่านมา รัฐบาลอิสราเอลได้มีมติผ่านข้อตกลงกับกลุ่มฮามาส
ซึ่งเป็นความสำเร็จขั้นแรกที่จะนำเอาผู้ที่ถูกลักพาตัวไป 50
คนแรก ซึ่งประกอบด้วยผู้หญิงและเด็ก ให้ได้รับการปล่อยตัวภายในระยะเวลา 4 วัน ซึ่งในช่วง 4
วันดังกล่าวจะเป็นช่วงการพักการต่อสู้ชั่วคราวด้วย หลังจากนั้นกลุ่มฮามาสจะต้องปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวเพิ่มเติมอีกวันละ
10 คน เพื่อแลกกับการหยุดการต่อสู้ชั่วคราวเพิ่ม 1 วัน
รัฐบาลอิสราเอล, กองกำลังป้องกันอิสราเอล
และหน่วยความมั่นคง ยังจะคงสถานะสงครามเพื่อนำผู้ที่ถูกลักพาตัวไปกลับบ้านทั้งหมด
และกำจัดกลุ่มฮามาสเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีภัยคุกคามใหม่ต่ออิสราเอลจากเขตกาซาเกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ว่า อิสราเอลต้องยอมปล่อยผู้หญิงและเด็กชาวปาเลสไตน์
150 คน ที่ถูกขังในเรือนจำของอิสราเอล
"เป็นการแลกเปลี่ยน"
ทางด้านประธานาธิบดีโจ
ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์หลังอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงว่า “ผมขอขอบคุณชีคทามิม บิน ฮามัด
อัล-ทานี แห่งกาตาร์ และประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี แห่งอียิปต์
ในความเป็นผู้นำและหุ้นส่วนสำคัญในการบรรลุข้อตกลงนี้ ...
และผมขอบคุณความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูและรัฐบาลของเขาในการสนับสนุนการพักรบเพื่อให้แน่ใจว่าข้อตกลงนี้จะดำเนินไปได้และเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มเติมในการบรรเทกความทุกข์ยากของครอบครัวผู้บริสุทธิ์ชาวปาเลสไตน์ในกาซ่า” ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของประธานาธิบดีไบเดน
ระบุว่า ผู้หญิงและเด็กมากกว่า 50
คนเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการปล่อยตัว และเป้าหมายสุดท้ายคือการปล่อยตัวประกันทั้งหมดจากกาซ่า
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)