ช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 ตุลาคม 2566 (ตามเวลาท้องถิ่น) กลุ่มฮามาส (Hamas) ในดินแดนปาเลสไตน์
ได้ยิงขีปนาวุธจาก “กาซา” ประมาณ 5,000 ลูก เข้าไปทางชายแดนตอนใต้ของอิสราเอล
ทำให้เสียงสัญญาณเตือนภัยดังไปทั่วประเทศ
นับเป็นการโจมตีครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ขณะที่นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล
ได้ออกมาประกาศ “ภาวะสงคราม” ทันที
ก่อนเกิดเหตุโจมตี
ได้มีการจัดเทศกาลดนตรีเกี่ยวกับสันติภาพ
บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอิสราเอล ซึ่งในระหว่างที่นักท่องเที่ยวกำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน
ก็มีกลุ่มฮามาสหลายสิบคนร่อนร่มพาราไกลด์ดิ้งลงมาใกล้กับบริเวณงาน
และเข้าโจมตีเทศกาลดนตรีดังกล่าว
ทำให้นักท่องเที่ยวพากันแตกตื่นและวิ่งหนีเอาตัวรอด กลุ่มฮามาสยิงสังหารและจับนักท่องเที่ยวเป็นตัวประกันมากมาย
โดยมีคลิปวิดีโอหนึ่งถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์
เป็นร่างไร้วิญญาณของนักท่องเที่ยวสัญชาติเยอรมัน
ที่กลุ่มฮามาสอ้างว่าเป็นทหารอิสราเอล
แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นเพียงนักท่องเที่ยวธรรมดาที่ถูกกลุ่มฮามาสสังหารอย่างโหดเหี้ยม
ขณะที่กลุ่มฮามาสระดมยิงขีปนาวุธเข้าไปในอิสราเอล
ก็เป็นการเปิดเส้นทางให้สมาชิกติดอาวุธสามารถแทรกซึมเข้าไปในอิสราเอลได้จากหลายทิศทาง
บางส่วนเข้าไปในฉนวนกาซา จับประชาชนเป็นตัวประกันและสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์
โดยยอดผู้เสียชีวิตพุ่งกว่าพันราย อย่างไรก็ตาม วันที่ 7 ตุลาคม ถือเป็นวันสำคัญของศาสนายูดาย นั่นคือวัน “ซิมหัต
โทราห์” วันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวยิว
ที่ประชาชนจะออกมาเฉลิมฉลองกัน
ทำให้การโจมตีครั้งนี้นับเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดต่ออิสราเอลในรอบหลายปี
หลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล
ทางการไทยก็ได้ออกมาเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ให้ระวังตัว
โดยประเทศอิสราเอลถือเป็นจุดหมายปลายทางของแรงงานไทย ที่จะเข้าไปทำภาคการเกษตร
โดยในช่วงแรกมีการส่งต่อข่าวและภาพถ่ายในโลกออนไลน์ ระบุว่ามีคนไทยถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกัน
แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้
ที่ผ่านมา
ภูมิธรรม เวชยชัน รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการณ์นายกรัฐมนตรี
เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉิินจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล
ได้เปิดเผยว่า มีประชาชนไทยที่พำนักอยู่ในอิสราเอลประมาณ 30,000 คน และได้รับการรายงานว่าจากการโจมตีที่เกิดขึ้นนั้น
มีคนไทยเสียชีวิตทั้งหมด 12 ราย
โดยได้รับการยืนยันจากทางการอิสราเอลแล้ว 2 ราย ส่วนอีก 10 ราย ได้รับทราบข้อมูลจากนายจ้าง โดยยังไม่สามารถยืนยันชื่อได้
ทั้งยังต้องรอตรวจสอบจากการทางอิสราเอล นอกจากนี้ยังมีคนไทยได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย และมีคนไทยที่ถูกฮามาสลักพาตัวอีกทั้งหมด
11 ราย
หลังเกิดเหตุการณ์โจมตี
เศรษฐา ทวีสิน นายหรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความลงบน X (เอ็กซ์) ประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาสในครั้งนี้
ระบุว่าเป็นการโจมตีที่ไร้มนุษยธรรมที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
พร้อมแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนอิสราเอล ทั้งนี้ นายกฯ
ยังระบุว่าได้สั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมพร้อมเครื่อง Airbus A340 และ C-130 เพื่ออพยพคนไทยออกจากอิสราเอลทันที
การโพสต์ประณามของนายกฯ
ในครั้งนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลไทย
โดยประชาชนบางกลุ่มมองว่านายกฯ ไม่ควรใช้คำว่าประณาม
ขณะที่ประชาชนไทยยังถูกจับเป็นตัวประกัน เพราะอาจทำให้กลุ่มฮามาสที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียไม่พอใจ
และนำไปสู่ความรุนแรงต่อตัวประกันที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
เบนจามิน
เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศถึง “การแก้แค้นครั้งใหญ่ให้กับวันอันชั่วร้ายนี้”
หลังทางการอิสราเอลประกาศภาวะสงครามเมื่อวันอาทิตย์ หลังกลุ่มฮามาส
ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธของปาเลสไตน์ได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเมื่อวันเสาร์
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าอิสราเอลจะตอบโต้กลุ่มฮามาสอย่างไร แต่นี่จะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขในปาเลสไตน์
ได้รายงานว่ามีประชาชนในกาซาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว กว่า 413 ราย และบาดเจ็บกว่า 2,300 ราย
ขณะที่สถานีโทรทัศน์อิสราเอลระบุว่า กลุ่มฮามาสได้สังหารชาวอิสราเอลไปแล้วกว่า 1,000 คน และมีประชาชนอีกจำนวนมากที่โดนจับไปเป็นตัวประกัน
ตอนนี้มีสัญญาณความขัดแย้งขยายวงกว้างออกไปนอกฉนวนกาซา
เมื่อกองทัพอิสราเอลปะทะกับกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ด้วยจรวดและปืนใหญ่
ขณะที่ในอียิปต์ มีรายงานนักท่องเที่ยวอิสราเอล 2
รายถูกยิงเสียชีวิตกับไกด์ชาวอียิปต์ ที่ฉนวนกาซา อับเดล-ลาติฟ อัล-กานูอา
โฆษกของกลุ่มฮามาส กล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเป็น
"เพื่อปกป้องประชาชนของเรา" โดยเสริมว่า
นักรบของกลุ่มยังคงโจมตีด้วยจรวดต่อไป และยังคงปฏิบัติการอยู่เบื้องหลัง
ประธานาธิบดีโจ
ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวกับนายกฯ
อิสราเอลว่าความช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อกองทัพอิสราเอลกำลังเดินทางไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ตามการเปิดเผยของทำเนียบขาวฝั่งกระทรวงกลาโหม
ระบุว่าได้ส่งเรือและเครื่องบินรบเข้าไปประชิดใกล้อิสราเอลเพื่อแสดงการสนับสนุนอิสราเอล
และว่ารัฐบาลวอชิงตันเชื่อว่าการโจมตีล่าสุดของกลุ่มฮามาสอาจมีแรงจูงใจที่จะขัดขวางการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและซาอุดีอาระเบียให้เป็นปกติ
การแถลงข่าวในประเด็นความไม่สงบในอิสราเอล โดยนางกาญจนา ภัทรโชค
อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าว
นายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้จัดการแถลงข่าวในประเด็นความไม่สงบในอิสราเอลวันละ
๒ ครั้ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
1. พัฒนาการของสถานการณ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
รายงานว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงรุนแรง
มีการโจมตีด้วยจรวดจากฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง
และฝ่ายรัฐบาลอิสราเอลได้พยายามกระชับพื้นที่ที่พลเรือนของทั้งสอง พลเรือนของทั้ง
2 ฝ่าย ต่างบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีการยืนยันผู้ถูกจับตัวไปแล้วกว่า 100 คน
ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศให้ทั้งประเทศอยู่ในสถานการณ์พิเศษซึ่งส่งผลให้กองทัพมีอำนาจในการสั่งการด้านความปลอดภัยและปิดสถานที่ต่าง
ๆ ของพลเรือนได้ตามความเหมาะสม รวมถึงวานนี้
กองทัพอิสราเอลประกาศอพยพพลเมืองทุกคนออกจากเมืองที่อยู่ใกล้พรมแดนฉนวนกาซาให้ได้ภายใน
24 ชั่วโมง
กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้จัดการประชุมร่วมกับคณะทูตานุทูตเพื่อรายงานสถานการณ์
พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย
โดยทางการอิสราเอลยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะอพยพ ซึ่งในชั้นนี้
น่านฟ้าอิสราเอลเปิดตามปกติ แม้จะมีเที่ยวบินลดลงประมาณร้อยละ 50
ซึ่งประชาชนสามารถเดินทางออกจากประเทศโดยเครื่องบินพาณิชย์ได้
แต่หากรัฐบาลใดประสงค์จะอพยพใช้เครื่องประเภทอื่นก็สามารถติดต่อกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลเพื่ออำนวยความสะดวก
2. ผลกระทบต่อคนไทยในพื้นที่ สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานวานนี้ว่า
มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 ราย
และได้รับรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมจากนายจ้าง รวมผู้เสียชีวิต 12 ราย
อย่างไรก็ดี จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการอิสราเอล
ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลเริ่มทยอยอพยพผู้คนแล้ว และขอความอนุเคราะห์ สอท.ฯ
ช่วยอำนวยความสะดวกในการแปลเอกสาร/ประกาศที่เกี่ยวข้องจากภาษาท้องถิ่นเป็นภาษาไทย
เพื่อแจ้งเวียนให้กับทางชุมชนไทยทราบอย่างทั่วถึง ซึ่ง สอท.ฯ ได้ดำเนินการแล้ว
3. การดำเนินการของทางการไทย ในส่วนของเครื่องบินสำหรับอพยพคนไทย
สอท.ฯ ได้แจ้งเวียนแบบฟอร์มแสดงความประสงค์ขออพยพออกจากอิสราเอลผ่านช่องทางต่าง ๆ
แล้ว โดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2566 เวลา 21.00น. (เวลาท้องถิ่น)
มีผู้แสดงความประสงค์กลับไทยแล้ว 1,099 คน และยืนยันจะพำนักในอิสราเอลต่อ 22 คน
จากจำนวนแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 3 หมื่นคน โดยพำนักบริเวณฉนวนกาซา 5 พันคน
ดังนั้น คงยังมีการลงทะเบียนเข้ามาเพิ่มเติมเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิการของพี่น้องชาวไทยเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด
ทั้งนี้ จะมีการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องทุกวันที่กระทรวงฯ
เพื่อหารือแนวทางดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพร้อมดำเนินการอย่างรวดเร็ว
รวมถึงแผนการอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)



