เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมาตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
(ปปป.) จับกุมนายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี
หลังพบการร้องเรียนว่า
นายวีระชาติเรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาหมู่บ้านแบบบาดาล
จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วยโครงการใน ต.ตลุกดู่ 1 โครงการ และใน ต.หาดทนง อีก 1 โครงการ
ทางด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ
ปานแก้ว ผบก.ปปป. รรท.ผบก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รอง
ผบก.ปปป.รรท.ผบก.ปปป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4
บก.ป. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายศรชัย ชูวิเชียร
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม
ขบวนการเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับเงินสินบนจากผู้ประกอบการทำโครงการก่อสร้างระบบประปา
ในพื้นที่ ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน และ ต.หาดทนง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ตำรวจ
ปปป.ให้ข้อมูลว่า ทั้ง 2
โครงการมีผู้รับเหมาก่อสร้างรายเดียวกัน ซึ่งเข้าประมูลโครงการทั้ง 2 ตำบล และถูกนายวีระชาติ
เรียกรับเงินเพื่ออำนวยความสะดวกให้ได้มาซึ่งโครงการก่อสร้างของทั้ง 2 ตำบล ในมูลค่าโครงการละ 500,000 บาท
ผู้รับเหมาก่อสร้างได้ต่อรองราคา โดยนายวัระชาติเรียกรับที่โครงการละ 300,000 บาท ทั้ง 2 โครงการรวมเป็นเงินสินบน 600,000 บาท
ตำรวจ
ปปป.ให้ข้อมูลว่า ทั้ง 2 โครงการมีผู้รับเหมาก่อสร้างรายเดียวกัน
ซึ่งเข้าประมูลโครงการทั้ง 2 ตำบล และถูกนายวีระชาติ
เรียกรับเงินเพื่ออำนวยความสะดวกให้ได้มาซึ่งโครงการก่อสร้างของทั้ง 2 ตำบล ในมูลค่าโครงการละ 500,000 บาท
ผู้รับเหมาก่อสร้างได้ต่อรองราคา โดยนายวัระชาติเรียกรับที่โครงการละ 300,000 บาท ทั้ง 2 โครงการรวมเป็นเงินสินบน 600,000 บาท
เมื่อเวลา 22.00 น.ภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ ทางกลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่
พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 400,000 บาท
ยื่นประกันตัวในขั้นสอบสวน ก่อนพนักงานสอบสวน บก.ปปป.จะมีความเห็นอนุญาตให้กลุ่มผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
เพราะเห็นว่ามีหน้าที่การงาน ที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
และไม่มีพฤติกรรมในการหลบหนี โดยจะนัดหมายให้มาเข้าพบเมื่อสำนวนคดีเสร็จสิ้น
เพื่อส่งตัวไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
นายศรชัย
กล่าวว่า สำหรับสำนวนคดี หลังจากนี้ ภายใน30วัน
ทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป.
จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จก่อนส่งต่อให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช.
พิจารณาว่าจะรับสำนวนคดีดังกล่าวมาไต่สวนเอง หรือ มอบให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ทุกอย่างต้องอธิบายด้วยหลักของกฎหมาย ซึ่ง ภท.ก็ได้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วในระดับหนึ่ง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ก็ตรวจสอบอีกระดับหนึ่ง และประชาชนก็ตรวจสอบอีก ดังนั้นอะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นไปตามนั้น "เราไม่ทำผิดกฎหมายแน่นอน ความรู้สึกของคน มีทั้งชอบ และไม่ชอบ จะเอามาเป็นสาระสำคัญไม่ได้ ต้องดูตามกฎหมาย" นายอนุทิน กล่าว และกรณีมีกระแสในโซเชียลมีเดียวิจารณ์นายชาดาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน ตนไม่เคยเห็นนายชาดาทำผิดกฎหมาย หรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม เมื่ออยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี นายชาดาก็ลงพื้นที่พบชาวบ้าน ต้องไปถามคนอุทัยธานีว่านายชาดาเป็นอย่างไร ตนมั่นใจว่าคนอุทัยธานี ต้องตอบว่านายชาดาเป็นคนที่ดี รับใช้ประชาชน และเสียสละ






