ขณะนี้กรมสรรพสามิตได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการรายดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวานนี้
(7 มิ.ย.66) สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าน้ำมันดีเซลของกลางทั้งหมดจำนวน 15,000
ลิตร ไม่มีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิต
ถือว่าเป็นการครอบครองสินค้าที่ยังไม่ได้มีการเสียภาษีสรรพสามิต ซึ่งกรมฯจะดำเนินการตามมาตรา
203 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยมีโทษปรับสูงสุด 10 เท่าต่อไป
ส่วนเจ้าหน้าที่สรรพสามิตที่โทรมาขอเจรจานั้น
เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา
และเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว
กรมสรรพสามิตจึงได้ประสานงานไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
- บก.ปปป.
เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด
และหากมีข้อมูลชี้ถึงผู้บริหารระดับสูง กรมฯ
พร้อมนำข้อมูลหลักฐานดังกล่าวมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามระเบียบวินัยราชการโดยไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งนี้กรมสรรพสามิตจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และมีการติดตามอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากกรมฯมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกระดับ
และจะนำข้อมูลที่ได้รับไปรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อหามาตรการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
และยับยั้งปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นต่อไป




