นางสรารัตน์
หรือ แอม ผู้ต้องหาในคดีวางยาไซยาไนด์ ซึ่งตั้งครรภ์ในระหว่างถูกคุมขังที่เรือนจำ
แท้งลูกจริง ซึ่งคาดว่าอายุครรภ์ประมาณ 5-6 เดือน
โดยได้ส่งตัวมาสังเกตอาการต่อทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีภาวะครรภ์เป็นพิษ โดยเจ้าตัวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ผู้คุมว่าบุตรในครรภ์ชีพจรไม่เต้น
ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และเชิญแพทย์สูตินารีของราชทัณฑ์เข้าตรวจเช็กด้วย
ปรากฏว่าบุตรในครรภ์หัวใจไม่เต้น จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ
ทั้งนี้เมื่อเวลา
15.20 น. ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้รับตัว ข.ญ.สรารัตน์
ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาการโดยรวมรู้สึกตัวดี ให้ความร่วมมือถามตอบได้ตามปกติ
มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อยหลังการผ่าตัด สัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ
รักษาต่อเนื่องโดยการฉีดยาปฏิชีวนะและติดตามอาการทางคลินิกใกล้ชิดโดยทีมสหวิชาชีพทั้งนี้
กรมราชราชทัณฑ์ ยืนยันว่า ได้ดูแลผู้ต้องขังทุกราย
ให้ได้รับการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) ของกรมราชทัณฑ์และตามหลักสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด
ล่าสุด น.ส.ธันย์นิชา
เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ทนายความของ แอม ไซยาไนด์
เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ
หลังได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวของ แอม ไซยาไนด์
เพื่อขอให้แพทย์นิติเวชทำการผ่าชันสูตรพลิกศพ ทารกในครรภ์ อายุ 7 เดือน
เนื่องจากติดใจการเสียชีวิต เพราะถือว่าเด็กในครรภ์ 7
เดือนสมบูรณ์ระดับหนึ่งที่ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีสิทธิสงสัยและสามารถทำการร้องเรียนได้
เนื่องจากคดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีการให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อของครอบครัวรวมทั้งทนายแต่กลับปล่อยให้เวลาล่วงเลย
2วัน ถึงดำเนินการแจ้งเรื่องให้ทราบ อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้เข้าไปพบ แอม ที่เรือนจำ
และแอม เล่าให้ฟังว่าถูกบีบคั้นอย่างหนัก จากเจ้าหน้าที่ตำรวจจนทำให้มีความดันและภาวะอาการเครียดสะสมทำให้ได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงจนทำให้ลูกดิ้นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทนายพัช
กล่าวว่ากรณีที่ตนเองถูกเรียนว่าผิดมรรยาทนายความนั้น
จากการตรวจสอบไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบเรื่องมรรยาทความ
โดยยังเป็นทนายความที่บริสุทธิ์ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ที่สภาทนายความ ทั้งนี้
ในการมาติดต่อร้องเรียนของทนายพัช พ.ต.ท.วิฑูรย์ อดีตรอง ผกก.สภ.สวนผึ้ง
หรือรองอ๊อฟ อดีตสามีแอม ได้เดินทางมาที่สถาบันนิติเวช ฯ โดยทนายพัช
ให้รออยู่ในรถโดยไม่ให้ปรากฎตัวต่อสื่อมวลชน
ขอขอบคุณภาพข่าวที่นำเสนอ




